ผอ. สารคามพิทยาคม เผยนักเรียนต้องออกจากระบบ 20 % เมื่อเรียนออนไลน์ แนะใช้ Thailand Learning เป็นตัวช่วยในการศึกษาตลอดชีวิต

การศึกษา ภาษา ติวเตอร์

เมื่อเร็วๆ นี้ นายนิพนธ์ ยศดา ผู้อำนวยการ โรงเรียนสารคามพิทยาคม จ.มหาสารคาม ได้เปิดเผยว่า “ตลอดระเวลา 2 ปีที่มีแพร่ระบาดของโควิด 19 ในประเทศไทย ได้ส่งผลกระทบกับเด็กนักเรียนในภาคอีสานหรือเด็กทั่วประเทศในหลายด้าน โดยเฉพาะในเรื่องการเรียนการสอนซึ่งได้เปลี่ยนมาเป็นในรูปแบบออนไลน์ ในฐานะผู้บริหารของโรงเรียนพบว่ามี 3 เรื่องหลักที่น่าสนใจคือ 1)นักเรียนกับผู้ปกครอง พบว่ามีเด็กจำนวนประมาณ 20% ที่จะต้องออกจากระบบไป เพราะมีปัญหาไม่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เนต ไวไฟ รวมถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ มือถือสมาร์ทโฟนต่างๆ เมื่อได้สอบถามกับผู้ปกครองหลายรายก็ได้รับคำตอบว่าไม่มีรายได้ ทำให้ไม่มีเงินไปเติมค่าเน็ต บางครอบครัวก็มีมือถือสมาร์ทโฟนใช้เพียงเครื่องเดียว จึงเป็นเรื่องลำบาก ซึ่งปัญหานี้ทางโรงเรียนได้พยายามหาทางแก้ไขโดยการจัดซื้อให้นักเรียน แต่ก็ติดขัดในเรื่องกฎระเบียบของทางกระทรวงศึกษาฯ รวมถึงการอนุญาตให้นักเรียนเข้ามาใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในโรงเรียน แต่ก็มีปัญหาในเรื่องความปลอดภัยและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง จึงทำให้เด็กนักเรียนจำนวนดังกล่าวฯ ต้องออกไปจากระบบอย่างน่าเสียดาย 2)ครูและอาจารย์ผู้ฝึกสอน ขาดความรู้และทักษะการสอนผ่านอุปกรณ์ออนไลน์ จึงทำให้เป็นเรื่องยากเพราะไม่คุ้นเคย สุดท้ายจึงทำได้แค่สั่งให้เด็กทำการบ้านมาส่ง โดยไม่มีการอธิบายอย่างละเอียดและลึกซึ้ง และ 3)หน่วยงานต้นสังกัด หรือทางกระทรวงฯ คิดไม่ทันในเรื่องการบริหารจัดการ โดยเฉพาะในเรื่องกฎระเบียบการจัดซื้อพัสดุที่ต้องมีการเปลี่ยนแก้ไข เพื่อจะได้สามารถนำเงินมาซื้ออุปกรณ์ให้นักเรียนได้อย่างทันท่วงที

โดยในปัจจุบันทางโรงเรียนฯ ได้มีการส่งเสริมช่องทางการเรียนรู้ใหม่ คือแนะนำให้นักเรียนเข้าไปบริการที่เว็บไซต์ www.thailandlearning.org ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มรวบรวมแหล่งเรียนรู้ออนไลน์จากทั่วโลก ที่ทางมูลนิธิเชียประจำประเทศไทย ร่วมกับสถานทูตออสเตรเลีย ได้จัดทำและพัฒนาขึ้น สามารถใช้บริการได้ 24 ชั่วโมงโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ, แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ซึ่งที่ผ่านมาพบว่านักเรียนมีการตอบรับเป็นอย่างดี ทางคุณครูก็พอใจเพราะมีการแบ่งระดับ และสามารถนำมาใช้ประกอบในกิจกรรมการเรียนการสอนได้ โดยสิ่งที่อยากให้มีเพิ่มเติมก็คือเนื้อหาใน 5 วิชาหลัก ได้แก่ คณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์, สังคม, ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ เพราะเป็นวิชาหลักที่เด็กไทยต้องใช้สอบเข้าสู่ในระดับมหาวิทยาลัยต่อไป”

ด้าน นส.เบญญาภา ยะเคหัง (หญิง) อายุ 15 ปี เรียนอยู่ชั้น ม.4/16 โรงเรียนสารคามพิทยาคม จ.มหาสารคาม ได้กล่าวว่า “ชอบเข้าไปดู www.thailandlearning.org ในหมวดเว็บไซต์ทัศนศึกษาค่ะ อย่างล่าสุดก็ได้เข้าไปดูพิพิธภัณฑ์วาติกัน (Vatican Museums) ประเทศอิตาลี เพราะเป็นสถานที่ซึ่งยังไม่เคยไป, สามารถเข้าไปเลือกดูได้ตามใจชอบ เหมือนเดินอยู่ในสถานที่จริงๆ และมีข้อมูลให้ครบถ้วน ส่วนใหญ่จะใช้เวลาช่วงเช้าประมาณ 1.30 ชั่วโมง ตอนเย็นใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง เพราะช่วงนี้ติดสถานการณ์โควิดจึงไม่สามารถไปไหนได้ และเนื้อหาก็น่าสนใจมากค่ะ อยากเชิญชวนให้เพื่อนๆ เข้ามาใช้บริการ เพราะเป็นการเปิดโลกทัศน์ ได้ท่องเที่ยว และยังสามารถนำมาปรับใช้กับการเรียนที่โรงเรียนได้อีกด้วยค่ะ”

มาที่ นายศุภกฤษฎิ์ ทะสูง (ทิว) อายุ 15 ปี เรียนอยู่ชั้น ม.4 โรงเรียนสารคามพิทยาคม จ.มหาสารคาม บอกว่า “ผมเป็นคนชอบวิชาวิทยาศาสตร์กับเลขคณิตมาก ดังนั้นส่วนใหญ่จะเข้าไปดูที่เว็บไซต์เกี่ยวกับการทดลองวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เพื่อดูผลงานเก่าๆ ที่เคยมีผู้ทำไว้ จะได้เก็บไว้เป็นข้อมูลหรือตัวอย่างสำหรับตัวเองในอนาคต โดยจะใช้เวลาเข้าไปดู www.thailandlearning.org วันละครึ่งชั่วโมง ช่วงตอนเย็นหลังทำการบ้าน นอกจากนี้ก็ยังมีเข้าไปดูในเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ต่อ และเล่นเกมฝึกสมองบ้างเล็กน้อย ในอนาคตผมมีความฝันอยากเป็นหมอ เพราะว่าการที่ได้ดูแลผู้ป่วย ก็เหมือนกับการที่ผมได้ทำสิ่งดีๆให้คนอื่นโดยที่ไม่หวังผลตอบแทนครับ”

โดยผู้สนใจที่ต้องการความต่อเนื่องด้านการศึกษา, ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ นอกห้องเรียน และที่สำคัญคือเป็นตัวช่วยในการศึกษาได้ตลอดชีวิต สามารถคลิกไปใช้บริการที่ www.thailandlearning.org ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

*********************************

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์

โทรศัพท์ 062-7341267

เบอร์โทร : 0627341267
    • ผู้โพสต์ :
      Praphansingha
    • อัพเดทเมื่อ :
      7 ก.ย. 2021, 14:27:22

    ลงข่าวประชาสัมพันธ์ ฟรี คลิกที่นี่

     

    X

    เว็บไซต์เรามีการใช้คุกกี้ คลิกเพื่อดู นโยบายคุกกี้ และ นโยบายความเป็นส่วนตัว ของเรา