พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรม "Thailand Social Expo 2018" ซึ่งเป็นการแสดงผลงานด้านสังคมของรัฐบาลและงานมหกรรมด้านสังคมครั้งแรกของประเทศไทย โดยบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ด้านสังคมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม กว่า 90 องค์กร/หน่วยงาน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 สิงหาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ณ ฮอลล์ 5-8 ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยมี พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ให้การต้อนรับและกล่าวรายงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง พม. และองค์กรภาคีเครือข่ายทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมงาน
รัฐบาลโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะองค์กรนำด้านการพัฒนาสังคมของประเทศมีความมุ่งมั่นในการผลักดันและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสังคมอย่างเป็นระบบ รวมถึงการสร้างการรับรู้ การแสวงหาความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม ในการขับเคลื่อนการพัฒนาสังคม ตลอดจนการสร้างบทบาทนำในการพัฒนาสังคมของประเทศอย่างมีคุณภาพ เพื่อนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน ทั้งนี้ กระทรวง พม. จึงได้บูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และทุกภาคส่วนที่ทำงานด้านสังคมกว่า 90 หน่วยงาน จัดงาน Thailand Social Expo 2018 ซึ่งเป็นงานแสดงผลงานด้านสังคมของรัฐบาลและงานมหกรรมด้านสังคมครั้งแรกของประเทศไทย ที่แสดงผลงานนวัตกรรมทางสังคม เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาสังคมและประชาชนกลุ่มเป้าหมายทั้ง เด็กเยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาสในสังคม ผลการคิดค้นและการดำเนินงานสำคัญในด้านสังคมของไทยและอาเซียน
โดยการจัดงานในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพหน่วยงานด้านสังคมในการขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมของประเทศ สร้างพลังความร่วมมือของหน่วยงานด้านสังคมทุกภาคส่วนแสดงผลงานสำคัญด้านการพัฒนาสังคมของประเทศ นวัตกรรมทางสังคมต้นแบบการพัฒนาสังคม ศักยภาพของกลุ่มเป้าหมาย และองค์ความรู้ด้านสังคม รวมถึงผลผลิต ผลิตภัณฑ์ของหน่วยงานด้านสังคมทุกภาคส่วน และนำเสนองานวิชาการ รายงานสถานการณ์ทางสังคม การคาดการณ์แนวโน้มทางสังคมเพื่อนำไปสู่การกำหนดนโยบาย
ภายในงาน "Thailand Social Expo 2018" มีกิจกรรมหลัก ได้แก่ การประชุมวิชาการการแสดงผลงานนวัตกรรม การแสดงผลิตผลด้านสังคม และการแสดงศักยภาพของกลุ่มเป้าหมายและภาคีเครือข่าย ซึ่งประกอบด้วย 4 โซน ดังนี้
1) การประชุมวิชาการ เสวนา ปาฐกถา การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการพัฒนาสังคม และการนำเสนอรายงานสถานการณ์ทางสังคมทั้งในเชิงประเด็นและเชิงกลุ่มเป้าหมาย อาทิ "พลังสตรีอาเซียน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ”ASEAN Women Empowerment and Economic development “เพื่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หยุดการกระทำความรุนแรงในทุกรูปแบบ” “Digital Society : ความท้าทายต่อกระบวนทัศน์การพัฒนาเด็กและเยาวชน” “การนำเสนอมติสมัชชาการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ” เป็นต้น
2) การแสดงผลงานนวัตกรรมด้านสังคมของประเทศไทย ซึ่งเป็นนวัตกรรมเพื่อพัฒนาสังคม ต้นแบบที่ดีของการพัฒนาสังคม เทคโนโลยีเพื่อสังคม อาทิการจำลองบ้านและที่อยู่อาศัยที่เอื้อต่อคนพิการ การจำลองสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ นวัตกรรมโรงรับจำนำ นวัตกรรมด้านการออม การเปิดจองนวัตกรรมสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ และการให้บริการทางสังคม อาทิ การทำบัตรประชาชนเคลื่อนที่การออกหน่วยให้บริการทำบัตรประจำตัวคนพิการ การลงทะเบียนทำบัตรผู้แสดงความสามารถในที่สาธารณะ รถทันตกรรมเคลื่อนที่ การนวดแผนไทย บริการวัดสายตาและบริการแว่นตา การประมูลทรัพย์หลุดจำนำ เป็นต้น
3) การแสดงผลิตผลด้านสังคมของกลุ่มเป้าหมายและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน อาทิ ธงฟ้าราคาประหยัด สินค้า OTOP ตลาดเคหะประชารัฐ เครื่องอุปโภคบริโภคในรูปแบบตลาดชุมชน ผลิตภัณฑ์ทอฝัน By พม. บริการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หรือ สินเชื่อประชารัฐการเปิดจองบ้าน ผ่านระบบ Online ในโครงการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เป็นต้น
4) การแสดงศักยภาพของกลุ่มเป้าหมายและภาคีเครือข่าย เพื่อเสริมสร้างเจตคติที่ดี และสร้างสรรค์ของคนในสังคม อาทิ การแสดงศิลปิน S2S กับนักร้องวงดุริยางค์ทหารบก
การแสดงโขนรามเกียรติ์ของผู้พิการทางการได้ยินตอน “ยกรบ” การแสดงของชนเผ่าอาข่า การเดินแฟชั่นโชว์ผู้สูงอายุ โดย เพ็ญพักตร์ ศิริกุล และทีมมิสแกรนด์ไทยแลนด์ ปี 2018
ตัวอย่างกิจกรรมที่น่าใจ อาทิ 1) การบรรยายพิเศษเรื่อง “สถานการณ์ครอบครัวไทย” โดยพลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี 2) การเสวนา หัวข้อ “เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดกับการคุ้มครองทางสังคม” “การดำเนินงานลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมในภาคที่อยู่อาศัย มุ่งสู่ NHA 4.0 3) การแสดงหมอลำ : ร้องเพลงหมอลำตาม พ.ร.บ. ควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2559 โดย คณะ ดร.ราตรีศรีวิไล บงสิทธิพร และการแสดงชนเผ่าอาข่า “บ่อฉ่องตุ๊” 4) การประมูลทรัพย์หลุดจำนำ 2 ช่วงเวลา ช่วงที่ 1 เวลา 13.00 น. และช่วงที่ 2 เวลา 16.00 น. 5) กคช. มีบริการเปิดจองที่อยู่อาศัยแบบ One Stop Service ให้ประชาชนทั่วไปสามารถจองโครงการบ้านเคหะประชารัฐและโครงการเคหะชุมชนภายในงานนี้ จำนวน 39 โครงการทั่วประเทศ ทั้งรูปแบบอาคารชุด และบ้านเดี่ยว ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 250,000 บาท จนถึง 420,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงตัวอย่างบ้านประกอบสำเร็จ (Knock Down) ในราคาประหยัด และ 6) การทำบัตรประชาชนเคลื่อนที่ การออกหน่วยให้บริการทำบัตรประจำตัวคนพิการ การลงทะเบียนทำบัตรผู้แสดงความสามารถในที่สาธารณะ รถทันตกรรมเคลื่อนที่ การนวดแผนไทย บริการวัดสายตาและบริการแว่นตา เป็นต้น
ทางด้าน นางธนาภรณ์ พรมสุวรรณ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กล่าวว่า ในส่วนของกรมกิจการผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกรมหนึ่งในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เรานำเสนอเรื่องของเมืองที่เป็นมิตรของผู้สูงอายุ การทำให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพที่ดี ชุมชนมีส่วนสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือครอบครัว เรามีการจัดตั้งศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพสำหรับผู้สูงอายุในระดับตำบล ซึ่งเราก็นำมานำเสนอถึงตำบลที่ประสบความสำเร็จ
มองว่าในความสำเร็จของการทำงานด้านผู้สูงอายุ บ้าน วัด โรงเรียนมีส่วนสำคัญยิ่งที่ทำให้ผู้สูงอายุมีความสุข เพราะฉะนั้นในการทำกิจกรรมต่างพยายามให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วม ตอนนี้เราจำลองชุมชนที่ผู้สูงอายุมีส่วนร่วม เราสมมติว่า ว่า โซนนี้คือ เมืองๆ หนึ่ง เรียกว่า เมืองผู้สูงอายุ 4.0 เราพยายามนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ถ้ามีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดเข้ามาดูบูธของกรมกิจการผู้สูงอายุ จะเห็นได้เลยว่าสามารถนำสิ่งนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้เลย โดยจำลองโรงเรียนผู้สูงอายุ สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุ ตลาด ชุมชน พื้นที่สร้างสรรค์ และไม่ใช่เฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้น
ทำอย่างไรให้สูงอายุพึ่งตนเองได้ ก็ส่งเสริมเรื่องอาชีพ ณ วันนี้ ผู้สูงอายุไม่ใช่ภาระ แต่เป็นพลัง และเราไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ผู้สูงอายุเราต้องให้โอกาสท่าน เพราะท่านเป็นบุคคลสำคัญของประเทศ ในอนาคตจะมีผู้สูงอายุถึง ประมาณ 1 ใน 3 ของประเทศ เพราะฉะนั้นผู้สูงอายุจะไม่เป็นภาระ ท่านจะเป็นพลังของสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เทคโนโลยีใหม่ๆ นวัตกรรมต่างๆ จะมาช่วยให้ผู้สูงอายุ ดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กล่าวต่อไปว่า “ไฮไลท์ของงานเราตั้งชื่อ เมืองปันสุข 4.0 เราฝันว่าจะมีเมืองแบบนี้ให้ทั่วประเทศ ผู้สูงอายุ จะมีความสุขเมื่อได้เข้ามาที่นี่ นวัตกรรม เด่นๆ ตอนนี้เน้นไปที่คนติดเตียงก็จะมีที่ยกตัว ปกติผู้สูงอายุเราต้องช่วยกันหามเพื่อลุกขึ้นมาหรือเพื่อเข้าห้องน้ำ เดี๋ยวนี้ก็จะมีวิธีที่นั่งสอดไปที่ตัวและยกขึ้น นำขึ้นวีลแชร์ หรือเช่น เตียงนอน ถ้าสูงเกิน ก็จะขึ้นไม่สะดวก หรือก๊อกน้ำก็ต้องให้ต่ำลง เดี๋ยวนี้บางท่านก้มตัวไม่ได้ก็มีที่ใส่กางเกง ห้องน้ำจะมีแยกพื้นที่เปียกและแห้ง
ในส่วนของการดูแลผู้สูงอายุในปัจจุบัน ทางรัฐบาลเปิดให้มีการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย เรานำทะเบียนเหล่านี้ มาพิจารณาเป็นอันดับต้น ๆ ว่า ผู้สูงอายุเหล่านี้อาจจะขาดโอกาส และไม่ได้เข้าถึงสิทธิต่าง ๆ จะมีเบี้ยให้ เพื่อให้ดำรงชีวิตได้
ประการที่สองอยากให้ผู้สูงอายุอยู่กับครอบครัว ถ้าบ้านที่อยู่อาศัยไม่สมบูรณ์กรม ฯ ก็ไปปรับที่อยู่อาศัย เพราะจากสถิติผู้สูงอายุ เกิดอุบัติเหตุในบ้านค่อนข้างมาก ตอนนี้เรานำเสนอเรื่องบ้านมาตรฐานสำหรับผู้สูงอายุ เช่นมีราวจับ หรือมีส้วมนั่งที่ไม่ใช่นั่งยอง
โดยเฉพาะปัจจุบันมีผู้สูงอายุประเภทติดเตียงอยู่แสนกว่าคน เราพยายามทำให้ผู้สูงอายุติดเตียงน้อยลง ในวันนี้เรานำเสนอ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและอาชีพที่เขาทำงานประสบความสำเร็จมานำเสนอเพื่อเป็นตัวอย่าง ว่า ให้มีพื้นที่ดีดีที่ผู้สูงอายุสามารถมาทำงานร่วมกันเช่นโรงเรียนผู้สูงอายุจากเดิมอยู่บ้าน ออกมาจากบ้านให้มีกิจกรรมและ เมื่อมีกิจกรรม ณ ปัจจุบันมีอาชีพด้วย หลายๆ ท่านเดี๋ยวนี้มีอาชีพเพิ่มขึ้น ไม่ต้องพึ่งลูกหลานปัจจุบันมีผู้สูงอายุอยู่เกือบสองแสนคน เราพยายามส่งเสริมนักบริบาลชุมชนให้เข้าไปดูแล เราอยากให้ผู้สูงอายุ อยู่กับบ้าน อยู่กับชุมชน อยู่กับครอบครัว ไม่อยากให้ไปอยู่สถานสงเคราะห์
“ประการสำคัญ ในวัยอื่นๆ ต้องดูแลรักษาสุขภาพด้วย เพื่อให้เป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพต่อไปในอนาคต คือต้องดูแลทุกช่วงอายุ ขอเชิญชวน บูธที่ 15 หน้าเวทีกลาง เรามีบริการมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราต้องการให้นำสิ่งนี้ไปใช้นำชุมชน” นางธนาภรณ์ กล่าวในท้ายที่สุด
โอกาสนี้ ขอเชิญชวนประชาชนผู้สนใจ ภาคีเครือข่ายทางสังคม หน่วยงานภาครัฐ เอกชน NGOs และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสถาบันการศึกษาเข้าร่วมงาน Thailand Social Expo 2018 ระหว่างวันที่ 3 - 5 สิงหาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ณ ฮอลล์ 5-8 ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี