เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้เยาวชนไทยได้เป็นต้นแบบของการทำความดีในด้านต่าง
ๆ ของสังคมไทย สโมสรโรตารีจตุจักร โดย “นย.เหมือนฝัน บำรุงตน” และ “อน.ฐาณัท
โชติรัตน์” ประธานบริการเยาวชน ได้ร่วมกันจัดพิธีมอบรางวัล “เยาวชนคนต้นแบบ” เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ
ประจำปี 2561 โดยมี “นายอรรถวิชช์
สุวรรณภักดี” อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตจตุจักร เป็นประธานมอบรางวัล ณ
โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร โดยมี ครูปิ่น-ปิ่นศิริ ศิริปิ่น และ ครูหนุ่ม-นันท์นภัทร เจิมจุติธรรม ร่วมงานด้วย
นย.เหมือนฝัน บำรุงตน นายกสโมสรโรตารีจตุจักร กล่าวว่า เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติประจำปี 2561 ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศให้ทุกวันที่ 20 กันยายน ของทุกปีเป็นวันสำคัญดังกล่าว เนื่องมาจากเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 8 โดยทั้งสองพระองค์ได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติในขณะที่ยังทรงพระเยาว์ ทางสโมสรโรตารีจตุจักร จึงได้จัดพิธีมอบรางวัล “เยาวชนคนต้นแบบ” โดยรางวัลมีทั้งสิ้น 13 สาขา ประกอบด้วย สาขาบำเพ็ญประโยชน์,สาขานันทนาการ,สาขาจริยธรรม,สาขาศิลปะ,สาขาศิลปวัฒนธรรม,สาขาภาษาต่างประเทศ,สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ,สาขาภาวะผู้นำ,สาขาวิชาการ,สาขาดนตรีและการแสดง,สาขาสารสนเทศ,สาขากีฬา และสาขาผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น โดยมีเยาวชนได้รับการคัดเลือกทั้งสิ้น 44 คน
อน.ฐาณัท โชติรัตน์ ประธานบริการเยาวชน สโมสรโรตารีจตุจักร ในฐานะประธานโครงการสรรหาเยาวชนเพื่อรับรางวัล “เยาวชนคนต้นแบบ” ประจำปี 2561 กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงานในครั้งนีร้ว่า เพื่อประกาศเกียรติคุณ ส่งเสริมและให้กำลังใจแก่เยาวชนที่มีความอุตสาหะพากเพียร มีจิตอาสา รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมของชาติ และเป็นแบบอย่างที่ดีได้อย่างโดดเด่น ทางสโมสรโรตารีจตุจักรได้ประกาศเชิญชวนให้หน่วยงานภาครัฐ, ภาคเอกชน รวมทั้งองค์กรอิสระ ได้ส่งเยาวชนเข้าร่วมการคัดเลือกทั่วประเทศ
นายสันติภาพ ทองระย้า นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาการจัดการ คณะบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ ผู้ได้รับรางวัลเยาวชนคนต้นแบบ สาขาภาษาต่างประเทศ กล่าวว่า ขอบคุณสโมสรโรตารีจตุจักร และผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับงานนี้ทุกท่าน รางวัลที่ผมได้รับในครั้งนี้จะเป็นเครื่องตอกย้ำให้ผมได้ระลึกอยู่เสมอว่า เราต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ไม่ว่าจะเป็น คิดดี ทำดี พูดดี ให้กับผู้คนในสังคม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน สำหรับภาษาต่างประเทศแล้วผมคิดว่า ในสังคมปัจจุบันนี้มีความสำคัญมาก ๆ พลเมืองโลกในยุคดิจิทัลจะต้องสามารถพูดได้มากกว่า 1-2 ภาษา อย่างหลายประเทศเขาฝึกให้เด็ก ๆ พูดได้มากกว่า 2 ภาษา นอกเหนือจากภาษาประจำชาติและภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษาสากล แล้ว เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชีวิต
เครดิตภาพ : พาฝัน ปิ่นทอง