สมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โดย ดร.เอกชัย เหลืองสอาด นายกสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชันฯ จัดเสวนาวิชาการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ในหัวข้อ “มหันตภัย … คอร์รัปชันยุค 4.0” โดยมี พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์ ประธานภาคีเครือข่ายธรรมาภิบาลแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงานเสวนา พร้อมวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ ประธานมูลนิธิต่อต้านการทุจริต นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ พล.อ.ดร.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ เลขาธิการสมาคมภาคีเครือข่ายธรรมาภิบาล ณ อาคารพุทธวิชชาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร
โดย พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์ ประธานภาคีเครือข่ายธรรมาภิบาลแห่งชาติ กล่าวเปิดการเสวนาว่า ต้องขอชื่นชมสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชันฯ และมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร ที่เห็นถึงความสำคัญในการรณรงค์ต่อต้านการทุจริต ถือได้ว่าเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่เยาวชน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ให้ตระหนักถึงพิษภัยของการทุจริตที่สร้างความเสียหายให้กับสังคมและประเทศชาติ ซึ่งในรัฐธรรมนูญ มาตรา 50 ระบุไว้ว่า เป็นหน้าที่ของปวงชนชาวไทย ต้องไม่ร่วมมือ หรือ สนับสนุนการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ การทุจริตจะลดน้อยลงได้ ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน โดยเริ่มจากตัวเรา ผู้ใหญ่จึงควรเป็นแบบอย่างที่ดี ปลุกจิตสำนึกการไม่ทุจริต สร้างค่านิยมการสุจริต ความซื่อสัตย์ และรู้จักหน้าที่ของตนเอง รวมถึงการมีส่วนร่วมของสังคม ก่อนที่จะไปสร้างเครือข่ายร่วมกันต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันต่อไป
ดร.เอกชัย เหลืองสอาด นายกสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่น(ประเทศไทย) กล่าวว่า “โครงการเสวนาวิชาการ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ มีวัตถุประสงค์เพื่อต่อต้านทุจริต ปลูกจิตสํานึกเด็ก เยาวชน นิสิต นักศึกษาให้รู้ถึงพิษภัยการทุจริต ปลูกฝังค่านิยมประชาชน เจ้าหน้าที่ของรัฐยึดหลักธรรมาภิบาลในการปฏิบัติหน้าที่ตอบแทนคุณแผ่นดิน ส่งเสริมบทบาทภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการรณรงค์ต่อต้านการทุจริต รวมถึงสร้างเครือข่ายต่อต้านการทุจริตครอบคลุมทั่วประเทศ ทางสมาคมตระหนักดีว่าการทุจริตเป็นปัญหาเรื้อรังมายาวนานหากทุกภาคส่วนร่วมมือ รวมพลังต่อต้านอย่างจริงจัง เชื่อว่าปัญหาการทุจริตจะลดน้อยลง ในนามสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่น(ประเทศไทย) ขอขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน อาทิ มูลนิธิต่อต้านการทุจริต สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ธนาคารออมสิน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ปตท. ซีพีออลล์ ตลาดยิ่งเจริญ ผู้อำนวยการพุทธวิชชาลัย และที่สำคัญท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครและคณาจารย์ทุกฝ่าย ที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ทำให้การจัดงานเสวนาดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย”
ศ.พิเศษ วิชา มหาคุณ ประธานมูลนิธิต่อต้านคอร์รัปชัน กล่าวปาฐกถาเรื่อง มหันตภัย … คอร์รัปชันกับอนาคตไทยยุคเปลี่ยนผ่าน มีความตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยไม่เคยสอบผ่านในการจัดลำดับความโปร่งใส่ขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ โดยคะแนนปีที่ผ่านมา ไทยเราแพ้ประเทศอินโดนีเซีย เพราะอินโดนีเซียมี 38 คะแนน ส่วนไทยได้ 36 คะแนน เท่ากับฟิลิปปินส์ และยังมีเวียดนามตามมาติด ๆ ดังนั้น ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันแก้ไขการคอร์รัปชันอย่างจริงจัง และสิ่งที่น่าเป็นห่วง นั่นก็คือ ผู้ที่ครองอำนาจมักจะแสวงหาอำนาจ และทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
“ช่วงนี้จะมีการเปลี่ยนผ่าน โดยเฉพาะจะมีการเลือกตั้ง เราจึงต้องจับตาดูนโยบายของพรรคการเมืองต่าง ๆ ว่า สามารถป้องกันการทุจริตได้หรือไม่ และเล็งเห็นประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ทำงานเพื่อประเทศชาติประชาชนหรือไม่ เพราะปัญหาทุจริตทั่วโลกเกิดขึ้นจากการเข้าสู่อำนาจของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พร้อมเรียกร้องให้สังคมร่วมต่อต้านการทุจริตด้วยการไม่นิ่งเฉย โดยเฉพาะนิสิตนักศึกษาคนรุนใหม่ที่จะขึ้นมาบริหารขับเคลื่อนบ้านเมืองในอนาคต ต้องไม่อดทนต่อคนโกง และต้องร่วมกันต่อต้านทุกรูปแบบ” ศ.พิเศษ วิชา กล่าว
นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ กล่าวว่า ตนได้ฉายามือปราบโกงรัฐสภา ล่าสุด เพิ่งจับอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และเลขานุการรัฐมนตรีเข้าคุก ซึ่งมีการติดตามข้อมูลการทุจริตโครงการจัดซื้อปุ๋ยปลอม ตั้งแต่ปี 2545 ใช้เวลาสู้คดีนานถึง 16 ปี และศาลเพิ่งตัดสินจำคุกอดีตรัฐมนตรีคนดังกล่าวในปี 2561 ที่ผ่านมา
“ขณะนี้ ประเทศกำลังจะได้ประชาธิปไตยกลับคืนมาจากการเลือกตั้ง สิ่งที่สำคัญ เราต้องได้การเมืองสีขาวและจะสำเร็จได้อยู่ที่ประชาชน หากประชาชนเลือกคนดีมีความสามารถมาเป็นผู้แทน ได้สภาที่ดี ได้รัฐบาลที่ดี ดั่งพระราชดำรัสของ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระบรมราโชวาทไว้ว่า เราไม่สามารถทำให้คนดีเหมือนกันหมด แต่เราต้องส่งเสริมคนดีให้ได้ปกครองบ้านเมือง และขจัดคนไม่ดีไม่ให้เข้าสู่อำนาจ” นายอลงกรณ์ กล่าว
ด้าน พล.อ.ดร.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ เลขาธิการสมาคมภาคีเครือข่ายธรรมาภิบาล กล่าวว่า หากรัฐบาลบริหารบ้านเมืองด้วยหลักธรรมาภิบาล 6 ประการ อันประกอบด้วย หลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส หลักการมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบ และหลักความคุ้มค่า เชื่อว่า การทุจริตจะไม่เกิดขึ้น นอกจากนี้ ยังต้องเพิ่มหลักความเกรงใจ เห็นได้จากข้าราชการต้องติดคุก เพราะเกรงใจนักการเมือง ส่วนนักการเมืองโกงเสร็จแล้วหนีไปหมด ดังนั้น เราจึงควรเกรงใจในสิ่งที่ต้องเกรงใจ และไม่ควรเกรงใจนักการเมืองที่มีส่วนในการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเด็ดขาด
สำหรับการจัดเสวนาวิชาการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติประจำปี 2562 ภายใต้หัวข้อ “มหันตภัย…คอร์รัปชั่นยุค 4.0” ยังมีอีก 4 ครั้ง โดยมีกำหนดการตั้งแต่เวลา 8.00 – 13.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ภายในมหาวิทยาลัย
– ภาคอีสาน ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ในวันพฤหัสที่ 21 มีนาคม 2562
– ภาคกลาง ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี วันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม 2562
– ภาคเหนือ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย จังหวัดเชียงราย ในวันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน 2562
– ภาคใต้ณมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาจังหวัดสงขลาวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน 2562