เปิดทางเลือกใหม่สู่วงการแฟชั่น-บันเทิง กับ “โค้ชปิง-วชิรวิชญ์ ปิติศิริธนบูรณ์” แห่งสถาบัน "SETTAPICH PERFORMING ARTS ACADEMY"

ข่าวประชาสัมพันธ์

จากจุดเริ่มต้นของคนชอบนางแบบและนางงามมาตั้งแต่เด็ก ๆ ได้ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจให้เป็น “โค้ชปิง” ครูสอนเดินสำหรับนางงามและนางแบบชื่อดัง ผลิตลูกศิษย์ที่มีชื่อเสียงในทุกวงการมาจนถึงทุกวันนี้

“โค้ชปิง-วชิรวิชญ์ ปิติศิริธนบูรณ์” (เศรษฐพิชฌ์ อ๋องสุวรรณ) หนุ่มเมืองตรัง วัย 30 ปี ที่ผันตัวจากครูฝึกสอนเดินแบบฟรีแลนซ์มาเป็นผู้อำนวยการสถาบัน SETTAPICHPERFORMING ARTS ACADEMY ซึ่งก่อตั้งมาแล้ว 2 ปี เปิดเผยว่า ก่อนหน้านั้นผมเรียนเต้นลีลาศมา แล้วไปสมัครคัดเลือกเป็นนักกีฬาตัวแทนทีมประเทศไทย เพื่อเดินทางไปแข่งขันรายการต่าง ๆ ปรากฏว่าติด จึงได้เป็นนักกีฬาเรื่อยมา แล้วต่อยอดทำให้ได้รู้จักพี่ ๆ สายนางงาม จากนั้นมีโอกาสได้เทรนความสามารถพิเศษด้านลีลาศให้กับนางงาม แล้วเราได้สอนเรื่องบุคลิกภาพ โดยเฉพาะด้านการเดินด้วย ซึ่งเรามีต้นทุนจากประสบการณ์ที่ชอบเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว ในช่วงนั้นจะเรียกว่าครูพักลักจำก็ว่าได้ มีแบบอย่างได้ดูตามโซเชี่ยลมิเดียและในงานอีเว้นท์เกี่ยวกับการประกวดมากมาย

“พี่ ๆ เห็นว่าเราทำได้ จึงไว้วางใจให้ทำหน้าที่สอนการเดินของนางงามตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา โดยการฝึกสอนถ้าเป็นแบบชุดสไตล์ไทย ๆ เน้นการเดินที่สง่างามไม่ดูอืดอาด ส่วนถ้าเป็นนางงามเวทีใหญ่ ๆระดับประเทศที่คัดเลือกไปประกวดเวทีอินเตอร์ จะเน้นการผสมผสานงามอย่างไทยสมัยแบบสากล เพราะปัจจุบันสังเกตเห็นว่า นางงามในยุคนี้จะมีความเป็นนางแบบรวมอยู่ด้วย”

เมื่อสั่งสมประสบการณ์และผลงานมากมาย ทำให้โค้ชปิงได้รับเชิญทั้งไปแขกรับเชิญและเป็นกรรมการตัดสินการประกวดนางงาม นางแบบ ทั้งเวทีเด็กและผู้ใหญ่ มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีทั้งพี่เลี้ยงนางงาม ผู้ปกครองติดต่อส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนการเดินบนเวทีการประกวดอยู่เรื่อย ๆ

โค้ชปิง เล่าว่า ได้รับสอนเป็นรายบุคคลและเป็นงาน ๆ ไป อย่างงานสอนเดินของกองประกวดนางงามและนางแบบเวทีต่าง ๆพองานเริ่มเยอะขึ้น จึงได้ปรึกษาผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือโดยเฉพาะ พี่หนุ่ม นันท์นภัทร (ประเสริฐ เจิมจุติธรรม) ในการตั้งทำสถาบันฝึกสอนขึ้นมาอย่างเป็นทางการ เนื่องจากบางงานเขาต้องการสถาบันหรือหน่วยงานมารองรับ เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อ จึงตัดสินใจจัดตั้งสถาบันขึ้นมาโดยชื่อว่า SETTAPICHPERFORMING ARTS ACADEMY ซึ่ง SETTAPICH (เศรษฐพิชฌ์) คือชื่อเดิม ถึงวันนี้เปิดดำเนินการมากว่า 2 ปีแล้ว

“ก่อนเปิดสถาบันต้องทำการบ้านอย่างหนักวางหลักสูตรต่าง ๆ โดยนอกจากการเดินประเภทต่างๆ แล้ว ยังมีเรื่องของการพัฒนาบุคลิก กริยามารยาท การพูด การใช้เสียง การพรีเซ็นต์ตนเอง เรื่องเสื้อผ้าหน้าผม การถ่ายภาพ การแสดง การเต้น การแก้ไขปัญหาหรือสถานการณ์เฉพาะหน้า จิตวิทยาการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในเวทีประกวดและสังคม การแสดงความสามารถพิเศษ ซึ่งจัดไว้ให้เหมาะสมกับวัยและกลุ่มของผู้เรียน รวมทั้งระยะเวลาที่เรียนจึงมีทั้งคอร์สสั้นคอร์สยาว

อีกทั้งยังต้องมีวิทยากรในด้านต่าง ๆ เข้ามาร่วมสอนเพิ่มทักษะให้น้อง ๆมีความเก่งและแกร่งรอบด้าน โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ที่ทรงคุณวุฒิ น้อง ๆ ที่มีประสบการณ์จากเวทีการประกวด โดยเฉพาะบรรดาลูกศิษย์ที่เคยผ่านจากการเทรนของเรา

วิทยากร เช่น โค้ชม้า-อรนภา กฤษฎี นางแบบ-พิธีกร-นักแสดง,โค้ชต้อ-มารุต สาโรวาท ผู้กำกับละคร,โค้ชกอล์ฟ-ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ผู้กำกับภาพยนตร์,โค้ชหนุ่ม-นันท์นภัทร เจิมจุติธรรม กูรูนางงามและผู้เชี่ยวชาญด้านนางงาม,โค้ชอร-อรอนงค์ ปัญญาวงค์ นางสาวไทย ปี 2535 ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย,โค้ชบ๊อบ-จุมพล โพธิสุวรรณ รองบรรณาธิการบริหารสำนักข่าวบางกอกทูเดย์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องศิลปะการพูด,โค้ชหนูสิ-สิริรัตน เรืองศรี มิสไทยแลนด์เวิลด์ ปี 2010,โค้ชปลา-ปรภัสสร วรสิรินดา มิสแกรนด์ไทยแลนด์ ปี 2014,โค้ชแชมป์-กฤษณะ ผลารักษ์ สอนเต้น,โค้ชเอเลี่ยน-กัญญณัท บำรุงพงษ์ นางแบบไทยโกอินเตอร์,โค้ชอาย-ศรุชา นิลจันทร์ อีลีทโมเดลลุคไทยแลนด์ ปี 2012 และรองมิสแกรนด์ไทยแลนด์ ปี 2017,โค้ชปริม-กรวรรณ หลอดสันเทียะ จากเวทีสุดนางแบบ The Face Thailand Season 3,คุณเจี๊ยบ-สิปปภาส ภูแสนศรี ให้คำปรึกษางานอีเว้นท์ ซึ่งทุกคนยินดีที่จะมาช่วยเราตรงนี้ ทำให้มีกำลังใจและสร้างพลังด้านบวกให้กับสถาบันเป็นอย่างมาก”

โค้ชปิง กล่าวว่า ภายในระยะเวลา 2 ปี ถือว่าสถาบันฯเติบโตแบบก้าวกระโดด เห็นได้จากงานที่เข้ามา มีความหลากหลายมากขึ้น ได้ร่วมงานกับวิทยากร บุคคล องค์กร สถานศึกษา และเวทีที่มีชื่อเสียงทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ เช่น มิสอินเตอร์เนชั่นแนลลาว ปี 2018-2019 และ มิสอินเตอร์เนชั่นแนลเมียนมาร์ ปี 2019 นอกจากนี้ยังเริ่มขยายการเรียนการสอนไปยังภูมิภาคต่าง ๆ เช่น ภาคเหนือที่เชียงใหม่ และ ภาคใต้ที่ภูเก็ต ทั้งนี้เพื่ออำนวยความสะดวกกับน้อง ๆ ที่อยู่ต่างจังหวัด แล้วยังได้รับลิขสิทธิ์ในการส่งน้อง ๆ ไปประกวดบนเวทีระดับนานาชาติ อย่างล่าสุดได้คุมทีมไปประกวดที่ประเทศฟิลิปปินส์ น้อง ๆได้รับตำแหน่งกับมาหลายคน นับว่าเป็นกำลังใจและความภาคภูมิใจในการสร้างสรรค์งานต่อไปในอนาคต

“สำหรับหลักในการทำงาน จะใช้หลักคำว่า “PING” ซึ่งมาจากชื่อเล่น

“P” คือ “PROFESSIONAL” ความเป็นมืออาชีพอย่างมีมิติและแท้จริง เพราะขณะนี้ทุกสังคมต้องการคนทำงานแบบมืออาชีพ

“I” คือ “INNER” หนึ่งในองค์ประกอบความสำเร็จที่สำคัญคืออินเนอร์ที่อยู่ข้างในจิตใจของคนเรา เวลาจะทำอะไรต้องทำด้วยใจรัก ๆ ก่อนปัจจัยอื่น ๆ มีการให้ใจที่ซื่อตรง สอนด้วยใจที่ตั้งมั่น แม้จะมีอุปสรรคความรักจะช่วยให้ผ่านพ้นไปด้วยดี

“N” คือ “N-NICE” กริยามารยาท โดยเฉพาะความสุภาพอ่อนโยน การมีสัมมาคารวะ เป็นใบเบิกทางให้เราได้พบกับความสัมพันธ์ มิตรภาพ และงานที่ดี ๆ จากผู้คนรอบข้าง

“G” คือ “GOAL” ในการทำงานเราต้องมีเป้าหมายแห่งความสำเร็จที่ต้องไปให้ถึง ถามใจเราว่าต้องการอะไร อยากทำอะไร จากนั้นกำหนดเป้าหมายและวางแผน เพื่อลงมือปฏิบัติให้เกิดความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง”

ทั้งนี้โค้ชปิงยังได้เผยถึงจุดมุ่งหมายในอนาคตว่า ในส่วนตัวก็อยากพัฒนาศักยภาพของตนเองไปเรื่อย ๆ ทั้งเชิงรุกและเชิงสร้างสรรค์ เรียนรู้เพิ่มเติมทั้งในและต่างประเทศ เพิ่งเดินทางกลับจากการศึกษาเรื่องแฟชั่นครบวงจรที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อทำให้สถาบันของเราอยู่ได้อย่างยั่งยืน อยากเห็นเด็กและเยาวชนไทยก้าวไกลสู่สากลกับเรื่องของการประกวดในรูปแบบต่าง ๆ ได้เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีศักยภาพของวงการแฟชั่น วงการบันเทิง วงการความสวยงาม ซึ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดการส่งเสริมและสนับสนุนที่ดีจากผู้ใหญ่ ผู้ปกครอง และจากหลาย ๆ ฝ่าย ที่สำคัญขอขอบคุณทุก ๆท่าน ทุก ๆ ฝ่าย ที่มีส่วนช่วยหล่อหลอมให้สถาบัน SETTAPICH PERFORMING ARTS ACADEMY ได้แจ้งเกิดอย่างมีคุณภาพและมีความแข็งแกร่งมากขึ้นครับ

หากใครสนใจที่จะเพิ่มพูนประสบการณ์ที่ดีลองติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook : Wachirawitch Pitisirithanaboon,โทร.096-893-1212 และ ID LINE : PINGO_O

  • ผู้โพสต์ :
    comman
  • อัพเดทเมื่อ :
    26 มี.ค. 2019 20:14:19

ลงข่าวประชาสัมพันธ์ ฟรี คลิกที่นี่

 

X

เว็บไซต์เรามีการใช้คุกกี้ คลิกเพื่อดู นโยบายคุกกี้ และ นโยบายความเป็นส่วนตัว ของเรา