บจธ. เตรียมสนับสนุนปล่อยสินเชื่อสหกรณ์โคราชสีเขียว อ. ปักธงชัย ทำโครงการเบญจคีรีเกษตรแบบยั่งยืน ที่เกิดขึ้นจากโครงการตลาดกลางที่ดิน จับคู่เจ้าของที่ดินที่ไม่ใช้ประโยชน์กับกลุ่มเกษตรกร ย้ำ บจธ. ยินดีให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่มีการรวมกลุ่ม ตั้งใจทำเกษตรทำกิน และให้ความช่วยเหลือแบบครบวงจร
นายสมชาย นุชธานี ผู้อำนวยการกองการตลาด สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. เปิดเผยความคืบหน้าโครงการตลาดกลางที่ดินที่สหกรณ์โคราชสีเขียว จำกัด อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ คณะทำงานของ บจธ. ได้ลงพื้นที่ เพื่อสำรวจความพร้อมของแปลงพื้นที่ดินทำ เกษตรกรรมของเกษตรกร และตรวจสอบศักยภาพสมาชิกของกลุ่มเกษตรกรในสหกรณ์โคราชสีเขียว พร้อมกับพิจารณาดูลู่ทางหาช่องทางการตลาดและการจัดจำหน่ายผลผลิตของเกษตรกรในอนาคต เพื่อนำข้อมูลมา ประกอบการวิเคราะห์พิจาณาอนุมัติให้สินเชื่อเพื่อทำอาชีพเกษตรกรรมกับทางสหกรณ์ฯ ต่อไป
โดยการพิจารณาให้สินเชื่อแก่เกษตรกรสมาชิกในกลุ่มสหกรณ์ฯ นี้ เกิดขึ้นภายใต้โครงการ ตลาดกลางที่ดิน ที่ บจธ. ได้ริเริ่มดำเนินโครงการขึ้นมา อีกหนึ่งในนวัตกรรมการบริหารจัดการที่ดินที่เป็นพื้นที่ว่างเปล่าเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและสร้างเป็นอาชีพก่อเกิดรายได้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืนแบบครบวงจร และเป็นสหกรณ์ที่ลงทะเบียนจับคู่ระหว่างเจ้าของที่ดินที่ไม่ทำประโยชน์ในที่ดิน กับกลุ่มเกษตรกรผู้ประสงค์ จะใช้ประโยชน์ในที่ดินที่ว่างเปล่าในพื้นที่นั้น
นายสมชาย เปิดเผยว่า กลุ่มเกษตรกรสหกรณ์โคราชสีเขียว ได้รวมตัวจำนวน 22 ครัวเรือน ประสงค์ใช้เงินทุนจำนวน 4.5 ล้านบาท สำหรับทำแปลงเกษตรกรรมในพื้นที่ดิน 59.9 ไร่ ประกอบด้วย เงินทุนส่วนใหญ่60 % เป็นค่าใช้จ่ายในการลงแปลงพืชสำหรับเพาะปลูกพืชที่ก่อให้เกิดรายได้ทั้งรายได้ระยะเริ่มต้น รายได้ต่อเนื่อง และรายได้ในระยะยาว และเงินทุนอีก 40% เป็นเงินทุนที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เช่น ทำบ่อธนาคารน้ำใต้ดิน จำนวน 3 บ่อ ในพื้นที่ 3 ไร่ สำหรับเก็บกักน้ำไว้ใช้อย่างเพียงพอทุกช่วงฤดูในพี้นที่ทำเกษตรทั้งหมด สร้างถังเก็บกักน้ำขนาด 5 หมื่นลิตร จำนวน 5 ถัง ในแปลง 5 แปลง ทำคลองไส้ไก่เพื่อให้เกิดการส่งน้ำหมุนเวียนเต็มรอบพื้นที่ วางท่อพีวีซีส่งน้ำติดตั้งเครื่องปั๊มน้ำ ปรับหน้าที่ดินและยกร่องดิน จัดทำระบบไฟฟ้าแสงอาทิตย์ใช้ในโครงการ เป็นต้น
สหกรณ์เพื่อโคราชสีเขียว ซึ่งมีนายพิสิทธิ์ นาคำ เป็นประธานและผู้นำสหกรณ์ เสนอแผนการทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว โดยจะใช้เวลาในการคืนทุนได้ภายใน 2 ปี โดยจัดทำเป็นแปลงเกษตรเบญจภาคีเกษตรจำนวน 5 แปลง ประกอบด้วย แปลงเกษตรคุณธรรม แปลงเกษตรทฤษฏีใหม่ แปลงเกษตรธรรมชาติ แปลงเกษตรวิถีไทย แปลงนวัตกรรมเกษตร พืชหลักที่จะสร้างรายได้ในระยะแรก 4 ชนิด ได้แก่ ข้าว ในพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ สมุนไพรประมาณ 5 ไร่ เพาะกล้าไม้จำหน่าย เช่น กล้าไม้ไผ่ และพืชเศรษฐกิจ ป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง ในพื้นที่ 10 ไร่ พร้อมกับจัดทำพื้นที่ในโครงการเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านเกษตรอีกด้วย
“การเป็นตลาดกลางที่ดิน บจธ. มิใช่แค่การจับคู่ในที่ดินให้ได้ผลสำเร็จระหว่างเจ้าของที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโชน์ในที่ดิน หรือใช้ประโยชน์ได้น้อยมาก กับเกษตรกรที่ประสงค์จะใช้ประโยชน์ในที่ดิน โดยการนำเสนอความเป็นไปได้ของโครงการเกษตรกรรมเข้ามาพิจารณาเพื่อขอรับการสนับสนุนเงินทุนจาก บจธ. เพียงแค่นั้น บจธ. ยังให้ความช่วยเหลือในการบริหารจัดการที่ดินแบบครบวงจร ด้วยการให้คำแนะนำ องค์ความรู้ในการพัฒนาการประกอบอาชีพ เพื่อให้เกิดรายได้ประจำที่ยั่งยืนแล้ว ยังช่วยวิเคราะห์และจัดหาตลาดกลางพืชผลผลทางการเกษตรให้กับเกษตรกรด้วย เนื่องจากปัญหาเกษตรกรส่วนใหญ่มักมีปัญหาไม่สามารถจัดหาตลาดเป็นการถาวรที่ได้มาตรฐานและสร้างราคาที่มั่นคงได้ ทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่ไม่สม่ำเสมอและเกิดผลเป็นหนี้เสียต่อไปในอนาคตได้ บจธ. จึงทำภารกิจให้ความช่วยเหลือแบบครบวงจร เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาของเกษตรให้ด้วย” ผู้อำนวยการกล่าว
นายสมชาย กล่าวอีกว่า ผลจาการลงพื้นที่และได้พิจารณาจากศักยภาพด้านต่างๆ ในเบื้องต้น พร้อมถึงพิจาณาถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจในการดำเนินการด้านเกษตรกรรมของผู้นำเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรสมาชิกแล้ว เล็งเห็นว่าการดำเนินการในอนาคตมีลู่ทางที่ดีที่จะประสบความสำเร็จตามที่กลุ่มสหกรณ์ตั้งใจดำเนินการได้ และขั้นตอนต่อไป เมื่อพิจารณาแผนการผลิตที่ชัดเจน รวมถึงวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่างๆ เสนอตามขั้นตอนการพิจารณาเห็นชอบแล้ว ในระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ และผ่านพิจารณาจะอนุมัติการให้สินเชื่อดังกล่าวกับโครงการได้ต่อไป ซึ่งถือว่าเป็นความสำเร็จในการดำเนินการบริหารจัดการที่ดินของ บจธ. ในรูปแบบของโครงการตลาดกลางที่ดินอย่างครบวงจรอีกหนึ่งแห่งหนึ่งที่เป็นตัวอย่างสำหรับนำไปดำเนินการในที่อื่นๆ ได้ต่อไป
สำหรับเกษตรกรและผู้ยากจนที่ต้องการรับการช่วยเหลือเงินสินเชื่อดังกล่าว สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ www.labai.or.th หรือส่งอีเมลล์ที่ labai@labai.or.th หรือโทรติดต่อได้ที่ โทร 0 2278-1244, 02278-1648 ต่อ 601,602,610 มือถือ 09 2659 1689